สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมี 5 ฉบับ — ไม่มีอาจเสียหายหลักล้าน
สตาร์ทอัพ สัญญา ไทย กฎหมาย

สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมี 5 ฉบับ — ไม่มีอาจเสียหายหลักล้าน

สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอะไรบ้าง? สรุป 5 สัญญาสำคัญที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก: สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง, NDA, สัญญาจ้างงาน, สัญญาบริการ, สัญญา IP Assignment พร้อมจุดที่ต้องระวัง

James James · Business Strategy 27 กุมภาพันธ์ 2569 9 นาทีอ่าน

สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมี 5 ฉบับ — ไม่มีอาจเสียหายหลักล้าน

สรุปสั้นๆ: สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอย่างน้อย 5 ฉบับตั้งแต่เริ่มต้น: (1) สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง, (2) NDA, (3) สัญญาจ้างงาน/ฟรีแลนซ์, (4) สัญญาบริการลูกค้า, (5) สัญญาโอน IP ไม่มีสัญญาเหล่านี้เท่ากับปล่อยให้ความเสี่ยงนับล้านบาทไม่มีอะไรคุ้มครอง

"ไว้ค่อยทำสัญญาทีหลังก็ได้ ตอนนี้โฟกัสทำโปรดักต์ก่อน"

ประโยคนี้ผมเคยได้ยินจากผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพไทยหลายคน และทุกครั้ง ผมก็เห็นปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า: Co-founder ทะเลาะกันเรื่องหุ้น, พนักงานลาออกแล้วเอาโค้ดไปทำเอง, ลูกค้าไม่จ่ายเงินแล้วไม่มีหลักฐานอะไรไปฟ้อง

สัญญาไม่ใช่เรื่อง "ไว้ค่อยทำ" สัญญาคือ โครงสร้างพื้นฐาน ของธุรกิจ เหมือนรากฐานของตึก ถ้าไม่มีตั้งแต่แรก ยิ่งสร้างสูงยิ่งเสี่ยงพัง

มาดูกันว่า 5 สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมีมีอะไรบ้าง

สตาร์ทอัพ 5 สัญญาสำคัญ: Co-Founder, NDA, Employment, Service, IP Assignment

สัญญาที่ 1: สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder Agreement)

ทำไมต้องมี?

สถิติจาก Y Combinator ระบุว่า 65% ของสตาร์ทอัพที่ล้มเหลว มีปัญหาระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง เป็นสาเหตุหลัก ไม่ใช่โปรดักต์ไม่ดี ไม่ใช่ตลาดไม่มี แต่เป็นคนในทีมทะเลาะกัน

สิ่งที่ต้องระบุในสัญญา

  • สัดส่วนหุ้น: ใครถือเท่าไหร่ แบ่งตามอะไร (ไอเดีย? เงินลงทุน? เวลา?)
  • Vesting Schedule: หุ้นจะทยอยได้ตามระยะเวลา (มาตรฐาน: 4 ปี มี cliff 1 ปี) ป้องกัน Co-founder ถือหุ้นแล้วหายไปหลังสัปดาห์แรก
  • บทบาทและหน้าที่: ใครรับผิดชอบอะไร CEO ทำอะไร CTO ทำอะไร
  • เงินเดือน: ช่วงแรกกินเงินเดือนไหม? เท่าไหร่? ปรับเมื่อไหร่?
  • เงื่อนไขการออก: ถ้า Co-founder คนหนึ่งอยากออก หุ้นจัดการยังไง? มี buyback clause ไหม?
  • IP เป็นของบริษัท: งานที่ทำให้บริษัท IP ต้องเป็นของบริษัท ไม่ใช่ของคนทำ

จุดที่สตาร์ทอัพไทยพลาดบ่อย

หลายคนแบ่งหุ้น 50:50 โดยไม่มี vesting สมมติ Co-founder คนหนึ่งออกไปหลัง 3 เดือน ถือหุ้น 50% ไปด้วย คุณจะหานักลงทุนยากมาก เพราะนักลงทุนจะถามว่า "ทำไมคนที่ไม่ได้ทำงานถือหุ้นตั้ง 50%?"

สัญญาที่ 2: สัญญารักษาความลับ (NDA)

ทำไมต้องมี?

ก่อนจะคุยกับใครก็ตาม — นักลงทุน, พาร์ทเนอร์, ฟรีแลนซ์, บริษัท Outsource — คุณต้องให้เขาเซ็น NDA ก่อน

ในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง Trade Secret โดยเฉพาะ แบบ Uniform Trade Secrets Act ของอเมริกา ดังนั้น NDA เป็นเครื่องมือหลักที่ปกป้องข้อมูลธุรกิจของคุณ

สิ่งที่ต้องระบุ

  • ขอบเขตข้อมูลลับ: ระบุให้ชัดว่าอะไรเป็นข้อมูลลับ (ซอร์สโค้ด, ข้อมูลลูกค้า, กลยุทธ์ธุรกิจ ฯลฯ)
  • ระยะเวลา: กำหนดว่าต้องรักษาความลับนานเท่าไหร่ (มาตรฐาน: 2-3 ปีหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์)
  • ข้อยกเว้น: ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว หรือฝ่ายรับรู้อยู่ก่อนแล้ว
  • ผลของการละเมิด: ค่าเสียหาย สิทธิในการขอคำสั่งห้าม (injunction)
  • เขตอำนาจศาล: กำหนดว่าถ้าเกิดข้อพิพาทจะไปศาลไหน (สำหรับสตาร์ทอัพไทย: สถาบันอนุญาโตตุลาการ หรือ THAC)

เคล็ดลับ

NDA ควรเป็น แบบสองฝ่าย (Mutual NDA) ไม่ใช่แบบทางเดียว ทั้งสองฝ่ายรักษาความลับซึ่งกันและกัน ดูเป็นมืออาชีพกว่าและนักลงทุนจะรู้สึกดีกว่า

สัญญาที่ 3: สัญญาจ้างงาน / สัญญาฟรีแลนซ์

ทำไมต้องมี?

กฎหมายแรงงานไทย (พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) คุ้มครองลูกจ้างค่อนข้างมาก ถ้าไม่มีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน คุณอาจเจอปัญหา:

  • พนักงานลาออกแล้วเอาซอร์สโค้ด/ข้อมูลลูกค้าไปใช้กับที่ใหม่
  • ไม่มีข้อกำหนด Non-compete หรือ Non-solicitation
  • IP ที่พนักงานสร้าง ไม่ชัดว่าเป็นของบริษัทหรือพนักงาน

สิ่งที่ต้องระบุ

สำหรับพนักงานประจำ:

  • ตำแหน่ง หน้าที่ ขอบเขตงาน
  • เงินเดือน สวัสดิการ ช่วงทดลองงาน (ไม่เกิน 119 วัน)
  • IP Assignment: งานที่สร้างในเวลางาน IP เป็นของบริษัท
  • Non-compete: ห้ามทำงานกับคู่แข่งหลังลาออก (ในไทยบังคับใช้ได้ แต่ศาลจะดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ — ระยะเวลาไม่ควรเกิน 1-2 ปี ขอบเขตภูมิศาสตร์ต้องจำกัด)
  • Confidentiality: รักษาความลับของบริษัทแม้หลังลาออก

สำหรับฟรีแลนซ์:

  • ขอบเขตงาน (Scope of Work) ชัดเจน
  • ระยะเวลาและ Milestone
  • เงื่อนไขการจ่ายเงิน
  • IP เป็นของบริษัท: ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าไม่ระบุ ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย IP จะเป็นของผู้สร้าง (ฟรีแลนซ์) ไม่ใช่ของคนจ้าง

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

สำหรับสตาร์ทอัพที่จ้าง Developer ฟรีแลนซ์ เขียนโค้ด: ถ้าไม่มีสัญญาที่ระบุว่า IP เป็นของบริษัท ซอร์สโค้ดอาจเป็นของฟรีแลนซ์ ซึ่งจะทำให้การระดมทุนเป็นไปไม่ได้ เพราะนักลงทุนจะถามว่า "IP ของบริษัทอยู่ที่ไหน?"

สัญญาที่ 4: สัญญาบริการลูกค้า (Service Agreement / Terms of Service)

ทำไมต้องมี?

เมื่อเริ่มมีลูกค้า คุณต้องมีสัญญาที่ชัดเจนว่า:

  • คุณจะให้บริการอะไร
  • ลูกค้าจ่ายเท่าไหร่ เมื่อไหร่
  • ถ้ามีปัญหาจัดการยังไง

ถ้าไม่มี เมื่อลูกค้าไม่พอใจหรือไม่จ่ายเงิน คุณจะไม่มีอะไรไปเรียกร้อง

สิ่งที่ต้องระบุ

  • ขอบเขตบริการ: ระบุให้ชัดว่าทำอะไรให้ ทำอะไร ไม่ ได้
  • เงื่อนไขการชำระเงิน: จ่ายล่วงหน้า? แบ่งจ่าย? กำหนดจ่ายภายในกี่วัน?
  • SLA (Service Level Agreement): ถ้าเป็น SaaS กำหนด uptime guarantee (99.9% ฯลฯ)
  • ข้อจำกัดความรับผิด (Liability Cap): จำกัดความรับผิดชอบไม่เกินค่าบริการที่ลูกค้าจ่าย
  • เงื่อนไขการยกเลิก: แจ้งล่วงหน้ากี่วัน? คืนเงินยังไง?
  • พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): ถ้าเก็บข้อมูลลูกค้า ต้องมีข้อกำหนด DPA (Data Processing Agreement)

สำหรับ SaaS สตาร์ทอัพ

ถ้าคุณทำ SaaS ควรมี Terms of Service บนเว็บไซต์ด้วย โดยให้ผู้ใช้ยอมรับก่อนสมัครใช้บริการ จะได้ไม่ต้องเซ็นสัญญาทีละราย

สัญญาที่ 5: สัญญาโอนทรัพย์สินทางปัญญา (IP Assignment)

ทำไมต้องมี?

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังจะระดมทุน นักลงทุนจะตรวจสอบว่า IP ของบริษัทอยู่ในชื่อบริษัทจริงหรือไม่

ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย (พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537):

  • งานที่ ลูกจ้าง สร้างในขอบเขตการจ้าง → ลิขสิทธิ์เป็นของนายจ้าง (แต่ต้องระบุในสัญญาจ้างด้วย)
  • งานที่ ฟรีแลนซ์ สร้าง → ลิขสิทธิ์เป็นของฟรีแลนซ์ ยกเว้นมีสัญญาระบุไว้
  • สิทธิบัตร → ต้องมีสัญญาโอนสิทธิแยกต่างหาก

สิ่งที่ต้องระบุ

  • รายการ IP ที่โอน: ซอร์สโค้ด, Design, โลโก้, ชื่อแบรนด์, สิ่งประดิษฐ์
  • การโอนแบบถาวร: โอนสิทธิทั้งหมดอย่างถาวร ไม่มีเงื่อนไข
  • Waiver of Moral Rights: ผู้สร้างสละสิทธิ์ธรรมศิลป์ (ในเรื่องการระบุชื่อผู้สร้าง)
  • ค่าตอบแทน: ระบุว่ารวมอยู่ในเงินเดือน/ค่าจ้างแล้ว

ใช้ AI ช่วยตรวจสัญญาก่อนเซ็น

สัญญา 5 ฉบับนี้ ถ้าจ้างทนายร่างทั้งหมด อาจใช้เงินหลายหมื่นบาท สำหรับสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่ม ลองใช้ AI ช่วยเป็นตัวกรองขั้นแรก

AiDocX ให้คุณอัปโหลดสัญญาแล้ว AI จะ:

  • ตรวจหาข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรม
  • แจ้งเตือนข้อที่หายไป (เช่น ไม่มี IP clause)
  • เสนอข้อความแก้ไข

ใช้ฟรีได้ เดือนละ 50,000 โทเค็น ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต

สรุป

สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอย่างน้อย 5 ฉบับ:

  1. สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง — ป้องกันทะเลาะเรื่องหุ้น
  2. NDA — ปกป้องข้อมูลธุรกิจ
  3. สัญญาจ้างงาน/ฟรีแลนซ์ — คุ้มครอง IP และป้องกันข้อพิพาท
  4. สัญญาบริการลูกค้า — ป้องกันปัญหาเรื่องเงินและขอบเขตงาน
  5. สัญญาโอน IP — ให้แน่ใจว่า IP อยู่ในชื่อบริษัท

อย่ารอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยทำสัญญา ถึงตอนนั้นมันสายไปแล้วครับ

พร้อมให้ AI จัดการเอกสารทั้งหมดแล้วหรือยัง?

เริ่มใช้ AiDocX ฟรี — สร้างสัญญา บันทึกการประชุม บันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ครบในแพลตฟอร์มเดียว

เริ่มใช้ฟรี

บทความเพิ่มเติม

บันทึกการบำบัดยาเสพติดด้วย AI: เทมเพลต MI และแผนป้องกันการกลับไปใช้ 2026
บันทึกการบำบัดยาเสพติด เทมเพลต MI

บันทึกการบำบัดยาเสพติดด้วย AI: เทมเพลต MI และแผนป้องกันการกลับไปใช้ 2026

คู่มือสำหรับนักบำบัดการติดยาเสพติด: เทมเพลตบันทึกการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ (MI), แผนป้องกันการกลับไปใช้, และการใช้ AI ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดและ PDPA

SophieKim SophieKim 13 มีนาคม 2569 13 นาที
อ่าน
คู่มือบันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI (2026): เทมเพลตฟรี + สร้างอัตโนมัติในไม่กี่นาที
บันทึกการให้คำปรึกษา เทมเพลตบันทึก

คู่มือบันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI (2026): เทมเพลตฟรี + สร้างอัตโนมัติในไม่กี่นาที

คู่มือสมบูรณ์สำหรับการเขียนบันทึกการให้คำปรึกษาปี 2026 พร้อมเทมเพลตคัดลอกได้สำหรับจิตวิทยา กฎหมาย งานขาย และทั่วไป รวมถึงวิธีสร้างอัตโนมัติด้วย AI

SophieKim SophieKim 13 มีนาคม 2569 12 นาที
อ่าน
บันทึกการให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัว (2026): เทมเพลต + คู่มือ AI สำหรับนักสังคมสงเคราะห์
บันทึกการให้คำปรึกษา ความรุนแรงในครอบครัว

บันทึกการให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัว (2026): เทมเพลต + คู่มือ AI สำหรับนักสังคมสงเคราะห์

คู่มือครบวงจรสำหรับการจัดทำเอกสารในงานให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัวปี 2566-2569 พร้อมเทมเพลตรับเข้า บันทึกวิกฤต แบบประเมินความเสี่ยง แผนความปลอดภัย และการใช้ AI ในการจัดการเอกสาร

SophieKim SophieKim 13 มีนาคม 2569 13 นาที
อ่าน