
สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมี 5 ฉบับ — ไม่มีอาจเสียหายหลักล้าน
สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอะไรบ้าง? สรุป 5 สัญญาสำคัญที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก: สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง, NDA, สัญญาจ้างงาน, สัญญาบริการ, สัญญา IP Assignment พร้อมจุดที่ต้องระวัง
สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมี 5 ฉบับ — ไม่มีอาจเสียหายหลักล้าน
สรุปสั้นๆ: สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอย่างน้อย 5 ฉบับตั้งแต่เริ่มต้น: (1) สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง, (2) NDA, (3) สัญญาจ้างงาน/ฟรีแลนซ์, (4) สัญญาบริการลูกค้า, (5) สัญญาโอน IP ไม่มีสัญญาเหล่านี้เท่ากับปล่อยให้ความเสี่ยงนับล้านบาทไม่มีอะไรคุ้มครอง
"ไว้ค่อยทำสัญญาทีหลังก็ได้ ตอนนี้โฟกัสทำโปรดักต์ก่อน"
ประโยคนี้ผมเคยได้ยินจากผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพไทยหลายคน และทุกครั้ง ผมก็เห็นปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า: Co-founder ทะเลาะกันเรื่องหุ้น, พนักงานลาออกแล้วเอาโค้ดไปทำเอง, ลูกค้าไม่จ่ายเงินแล้วไม่มีหลักฐานอะไรไปฟ้อง
สัญญาไม่ใช่เรื่อง "ไว้ค่อยทำ" สัญญาคือ โครงสร้างพื้นฐาน ของธุรกิจ เหมือนรากฐานของตึก ถ้าไม่มีตั้งแต่แรก ยิ่งสร้างสูงยิ่งเสี่ยงพัง
มาดูกันว่า 5 สัญญาที่สตาร์ทอัพไทยต้องมีมีอะไรบ้าง

สัญญาที่ 1: สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder Agreement)
ทำไมต้องมี?
สถิติจาก Y Combinator ระบุว่า 65% ของสตาร์ทอัพที่ล้มเหลว มีปัญหาระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง เป็นสาเหตุหลัก ไม่ใช่โปรดักต์ไม่ดี ไม่ใช่ตลาดไม่มี แต่เป็นคนในทีมทะเลาะกัน
สิ่งที่ต้องระบุในสัญญา
- สัดส่วนหุ้น: ใครถือเท่าไหร่ แบ่งตามอะไร (ไอเดีย? เงินลงทุน? เวลา?)
- Vesting Schedule: หุ้นจะทยอยได้ตามระยะเวลา (มาตรฐาน: 4 ปี มี cliff 1 ปี) ป้องกัน Co-founder ถือหุ้นแล้วหายไปหลังสัปดาห์แรก
- บทบาทและหน้าที่: ใครรับผิดชอบอะไร CEO ทำอะไร CTO ทำอะไร
- เงินเดือน: ช่วงแรกกินเงินเดือนไหม? เท่าไหร่? ปรับเมื่อไหร่?
- เงื่อนไขการออก: ถ้า Co-founder คนหนึ่งอยากออก หุ้นจัดการยังไง? มี buyback clause ไหม?
- IP เป็นของบริษัท: งานที่ทำให้บริษัท IP ต้องเป็นของบริษัท ไม่ใช่ของคนทำ
จุดที่สตาร์ทอัพไทยพลาดบ่อย
หลายคนแบ่งหุ้น 50:50 โดยไม่มี vesting สมมติ Co-founder คนหนึ่งออกไปหลัง 3 เดือน ถือหุ้น 50% ไปด้วย คุณจะหานักลงทุนยากมาก เพราะนักลงทุนจะถามว่า "ทำไมคนที่ไม่ได้ทำงานถือหุ้นตั้ง 50%?"
สัญญาที่ 2: สัญญารักษาความลับ (NDA)
ทำไมต้องมี?
ก่อนจะคุยกับใครก็ตาม — นักลงทุน, พาร์ทเนอร์, ฟรีแลนซ์, บริษัท Outsource — คุณต้องให้เขาเซ็น NDA ก่อน
ในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง Trade Secret โดยเฉพาะ แบบ Uniform Trade Secrets Act ของอเมริกา ดังนั้น NDA เป็นเครื่องมือหลักที่ปกป้องข้อมูลธุรกิจของคุณ
สิ่งที่ต้องระบุ
- ขอบเขตข้อมูลลับ: ระบุให้ชัดว่าอะไรเป็นข้อมูลลับ (ซอร์สโค้ด, ข้อมูลลูกค้า, กลยุทธ์ธุรกิจ ฯลฯ)
- ระยะเวลา: กำหนดว่าต้องรักษาความลับนานเท่าไหร่ (มาตรฐาน: 2-3 ปีหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์)
- ข้อยกเว้น: ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว หรือฝ่ายรับรู้อยู่ก่อนแล้ว
- ผลของการละเมิด: ค่าเสียหาย สิทธิในการขอคำสั่งห้าม (injunction)
- เขตอำนาจศาล: กำหนดว่าถ้าเกิดข้อพิพาทจะไปศาลไหน (สำหรับสตาร์ทอัพไทย: สถาบันอนุญาโตตุลาการ หรือ THAC)
เคล็ดลับ
NDA ควรเป็น แบบสองฝ่าย (Mutual NDA) ไม่ใช่แบบทางเดียว ทั้งสองฝ่ายรักษาความลับซึ่งกันและกัน ดูเป็นมืออาชีพกว่าและนักลงทุนจะรู้สึกดีกว่า
สัญญาที่ 3: สัญญาจ้างงาน / สัญญาฟรีแลนซ์
ทำไมต้องมี?
กฎหมายแรงงานไทย (พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) คุ้มครองลูกจ้างค่อนข้างมาก ถ้าไม่มีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน คุณอาจเจอปัญหา:
- พนักงานลาออกแล้วเอาซอร์สโค้ด/ข้อมูลลูกค้าไปใช้กับที่ใหม่
- ไม่มีข้อกำหนด Non-compete หรือ Non-solicitation
- IP ที่พนักงานสร้าง ไม่ชัดว่าเป็นของบริษัทหรือพนักงาน
สิ่งที่ต้องระบุ
สำหรับพนักงานประจำ:
- ตำแหน่ง หน้าที่ ขอบเขตงาน
- เงินเดือน สวัสดิการ ช่วงทดลองงาน (ไม่เกิน 119 วัน)
- IP Assignment: งานที่สร้างในเวลางาน IP เป็นของบริษัท
- Non-compete: ห้ามทำงานกับคู่แข่งหลังลาออก (ในไทยบังคับใช้ได้ แต่ศาลจะดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ — ระยะเวลาไม่ควรเกิน 1-2 ปี ขอบเขตภูมิศาสตร์ต้องจำกัด)
- Confidentiality: รักษาความลับของบริษัทแม้หลังลาออก
สำหรับฟรีแลนซ์:
- ขอบเขตงาน (Scope of Work) ชัดเจน
- ระยะเวลาและ Milestone
- เงื่อนไขการจ่ายเงิน
- IP เป็นของบริษัท: ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าไม่ระบุ ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย IP จะเป็นของผู้สร้าง (ฟรีแลนซ์) ไม่ใช่ของคนจ้าง
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
สำหรับสตาร์ทอัพที่จ้าง Developer ฟรีแลนซ์ เขียนโค้ด: ถ้าไม่มีสัญญาที่ระบุว่า IP เป็นของบริษัท ซอร์สโค้ดอาจเป็นของฟรีแลนซ์ ซึ่งจะทำให้การระดมทุนเป็นไปไม่ได้ เพราะนักลงทุนจะถามว่า "IP ของบริษัทอยู่ที่ไหน?"
สัญญาที่ 4: สัญญาบริการลูกค้า (Service Agreement / Terms of Service)
ทำไมต้องมี?
เมื่อเริ่มมีลูกค้า คุณต้องมีสัญญาที่ชัดเจนว่า:
- คุณจะให้บริการอะไร
- ลูกค้าจ่ายเท่าไหร่ เมื่อไหร่
- ถ้ามีปัญหาจัดการยังไง
ถ้าไม่มี เมื่อลูกค้าไม่พอใจหรือไม่จ่ายเงิน คุณจะไม่มีอะไรไปเรียกร้อง
สิ่งที่ต้องระบุ
- ขอบเขตบริการ: ระบุให้ชัดว่าทำอะไรให้ ทำอะไร ไม่ ได้
- เงื่อนไขการชำระเงิน: จ่ายล่วงหน้า? แบ่งจ่าย? กำหนดจ่ายภายในกี่วัน?
- SLA (Service Level Agreement): ถ้าเป็น SaaS กำหนด uptime guarantee (99.9% ฯลฯ)
- ข้อจำกัดความรับผิด (Liability Cap): จำกัดความรับผิดชอบไม่เกินค่าบริการที่ลูกค้าจ่าย
- เงื่อนไขการยกเลิก: แจ้งล่วงหน้ากี่วัน? คืนเงินยังไง?
- พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): ถ้าเก็บข้อมูลลูกค้า ต้องมีข้อกำหนด DPA (Data Processing Agreement)
สำหรับ SaaS สตาร์ทอัพ
ถ้าคุณทำ SaaS ควรมี Terms of Service บนเว็บไซต์ด้วย โดยให้ผู้ใช้ยอมรับก่อนสมัครใช้บริการ จะได้ไม่ต้องเซ็นสัญญาทีละราย
สัญญาที่ 5: สัญญาโอนทรัพย์สินทางปัญญา (IP Assignment)
ทำไมต้องมี?
ข้อนี้สำคัญมากสำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังจะระดมทุน นักลงทุนจะตรวจสอบว่า IP ของบริษัทอยู่ในชื่อบริษัทจริงหรือไม่
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย (พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537):
- งานที่ ลูกจ้าง สร้างในขอบเขตการจ้าง → ลิขสิทธิ์เป็นของนายจ้าง (แต่ต้องระบุในสัญญาจ้างด้วย)
- งานที่ ฟรีแลนซ์ สร้าง → ลิขสิทธิ์เป็นของฟรีแลนซ์ ยกเว้นมีสัญญาระบุไว้
- สิทธิบัตร → ต้องมีสัญญาโอนสิทธิแยกต่างหาก
สิ่งที่ต้องระบุ
- รายการ IP ที่โอน: ซอร์สโค้ด, Design, โลโก้, ชื่อแบรนด์, สิ่งประดิษฐ์
- การโอนแบบถาวร: โอนสิทธิทั้งหมดอย่างถาวร ไม่มีเงื่อนไข
- Waiver of Moral Rights: ผู้สร้างสละสิทธิ์ธรรมศิลป์ (ในเรื่องการระบุชื่อผู้สร้าง)
- ค่าตอบแทน: ระบุว่ารวมอยู่ในเงินเดือน/ค่าจ้างแล้ว
ใช้ AI ช่วยตรวจสัญญาก่อนเซ็น
สัญญา 5 ฉบับนี้ ถ้าจ้างทนายร่างทั้งหมด อาจใช้เงินหลายหมื่นบาท สำหรับสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่ม ลองใช้ AI ช่วยเป็นตัวกรองขั้นแรก
AiDocX ให้คุณอัปโหลดสัญญาแล้ว AI จะ:
- ตรวจหาข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรม
- แจ้งเตือนข้อที่หายไป (เช่น ไม่มี IP clause)
- เสนอข้อความแก้ไข
ใช้ฟรีได้ เดือนละ 50,000 โทเค็น ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต
สรุป
สตาร์ทอัพไทยต้องมีสัญญาอย่างน้อย 5 ฉบับ:
- สัญญาผู้ร่วมก่อตั้ง — ป้องกันทะเลาะเรื่องหุ้น
- NDA — ปกป้องข้อมูลธุรกิจ
- สัญญาจ้างงาน/ฟรีแลนซ์ — คุ้มครอง IP และป้องกันข้อพิพาท
- สัญญาบริการลูกค้า — ป้องกันปัญหาเรื่องเงินและขอบเขตงาน
- สัญญาโอน IP — ให้แน่ใจว่า IP อยู่ในชื่อบริษัท
อย่ารอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยทำสัญญา ถึงตอนนั้นมันสายไปแล้วครับ
พร้อมให้ AI จัดการเอกสารทั้งหมดแล้วหรือยัง?
เริ่มใช้ AiDocX ฟรี — สร้างสัญญา บันทึกการประชุม บันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ครบในแพลตฟอร์มเดียว
เริ่มใช้ฟรีบทความเพิ่มเติม
บันทึกการบำบัดยาเสพติดด้วย AI: เทมเพลต MI และแผนป้องกันการกลับไปใช้ 2026
คู่มือสำหรับนักบำบัดการติดยาเสพติด: เทมเพลตบันทึกการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ (MI), แผนป้องกันการกลับไปใช้, และการใช้ AI ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดและ PDPA
คู่มือบันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI (2026): เทมเพลตฟรี + สร้างอัตโนมัติในไม่กี่นาที
คู่มือสมบูรณ์สำหรับการเขียนบันทึกการให้คำปรึกษาปี 2026 พร้อมเทมเพลตคัดลอกได้สำหรับจิตวิทยา กฎหมาย งานขาย และทั่วไป รวมถึงวิธีสร้างอัตโนมัติด้วย AI
บันทึกการให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัว (2026): เทมเพลต + คู่มือ AI สำหรับนักสังคมสงเคราะห์
คู่มือครบวงจรสำหรับการจัดทำเอกสารในงานให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัวปี 2566-2569 พร้อมเทมเพลตรับเข้า บันทึกวิกฤต แบบประเมินความเสี่ยง แผนความปลอดภัย และการใช้ AI ในการจัดการเอกสาร