ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน (2026): เทมเพลตฟรี + ข้อกำหนดภาษีที่ถูกต้อง
ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี เทมเพลตใบแจ้งหนี้ invoice template thai ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร

ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน (2026): เทมเพลตฟรี + ข้อกำหนดภาษีที่ถูกต้อง

ดาวน์โหลดเทมเพลตใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีฟรี พร้อมข้อกำหนดของกรมสรรพากร ช่องบังคับ VAT 7% และวิธีสร้างเอกสารด้วย AI สำหรับ SME และฟรีแลนซ์

MinjiLee MinjiLee · Strategic Lead 4 กรกฎาคม 2569 10 นาทีอ่าน

ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน (2026): เทมเพลตฟรี + ข้อกำหนดภาษีที่ถูกต้อง

สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ฟรีแลนซ์ และนักบัญชีในประเทศไทย เอกสารทางการเงินอย่าง ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี (Receipt/Tax Invoice) คือหัวใจของการเก็บเงินและการทำบัญชีที่ถูกต้อง แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ หลายกิจการยังใช้เอกสารที่ขาดช่องข้อมูลสำคัญ ทำให้ลูกค้านำไปหักภาษีซื้อไม่ได้ หรือถูกกรมสรรพากรตีว่าเป็นเอกสารไม่สมบูรณ์

เอกสารทางการเงินที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น ลืมใส่คำว่า "ใบกำกับภาษี" หรือระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ครบ อาจทำให้ลูกค้าปฏิเสธการชำระเงิน หรือทำให้คุณมีปัญหาตอนยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

บทความนี้รวบรวม เทมเพลตใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีฟรี ที่คัดลอกไปใช้ได้ทันที พร้อมอธิบายช่องบังคับตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ความแตกต่างระหว่างเอกสารแต่ละประเภท และวิธีสร้างเอกสารเหล่านี้ด้วย AI เพื่อให้คุณออกเอกสารได้อย่างมืออาชีพและถูกต้องตามกฎหมาย


ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร

หนึ่งในความสับสนที่พบมากที่สุดคือ การแยกไม่ออกว่าเอกสารทั้งสามประเภทนี้ใช้ตอนไหน และมีผลทางกฎหมายอย่างไร มาดูความแตกต่างกัน

ใบแจ้งหนี้ (Invoice / Bill)

ใบแจ้งหนี้ คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อ ก่อนได้รับชำระเงิน เพื่อแจ้งยอดเงินที่ต้องชำระ ระบุรายการสินค้า/บริการ จำนวน และกำหนดเวลาชำระ (credit term) ใบแจ้งหนี้ยังไม่ใช่หลักฐานการรับเงิน และโดยตัวมันเองไม่ใช่เอกสารทางภาษีที่ใช้หักภาษีซื้อได้

บางกิจการรวมใบแจ้งหนี้เข้ากับใบส่งของ เรียกว่า "ใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้" (Delivery Note / Invoice) เพื่อลดจำนวนเอกสาร

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อ หลังจากได้รับชำระเงินแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินจริง ผู้ประกอบการทุกรายที่ขายสินค้าหรือให้บริการมีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงินเมื่อรับเงิน ไม่ว่าจะจดทะเบียน VAT หรือไม่ก็ตาม

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice)

ใบกำกับภาษี คือเอกสารที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้นที่มีหน้าที่ต้องออก เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อแสดงมูลค่าสินค้า/บริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่เรียกเก็บ ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อ (ที่จด VAT) นำไป หักภาษีซื้อ (input tax) ได้

ในทางปฏิบัติ กิจการที่จด VAT มักออกเป็นเอกสารรวม เช่น "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี" ในฉบับเดียว เมื่อรับเงินสด หรือ "ใบกำกับภาษี/ใบส่งของ" เมื่อขายแบบเครดิต

ตารางเปรียบเทียบเอกสารแต่ละประเภท

รายการ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี
ออกเมื่อ ก่อนรับเงิน หลังรับเงิน เมื่อขาย/รับเงิน (ผู้จด VAT)
วัตถุประสงค์ แจ้งยอดที่ต้องชำระ หลักฐานรับเงิน หลักฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม
ใครออก ผู้ขายทุกราย ผู้ขายทุกราย เฉพาะผู้จดทะเบียน VAT
ใช้หักภาษีซื้อ ไม่ได้ ไม่ได้ (เว้นแต่รวม VAT) ได้
ระบุ VAT 7% อาจระบุ ไม่จำเป็น บังคับ
บังคับตามกฎหมาย ไม่บังคับ บังคับเมื่อรับเงิน บังคับสำหรับผู้จด VAT

ข้อกำหนดของกรมสรรพากรสำหรับใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษีที่สมบูรณ์และใช้หักภาษีซื้อได้ ต้องมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร หากขาดรายการใดรายการหนึ่ง อาจถือเป็นใบกำกับภาษีที่ไม่สมบูรณ์ และผู้ซื้อจะนำไปหักภาษีซื้อไม่ได้

ช่องบังคับ (Mandatory Fields) ของใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการต่อไปนี้ครบทุกช่อง:

  1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย (ผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี)
  3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อ และ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ (กรณีผู้ซื้อจด VAT)
  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี (เลขที่เอกสาร) และเล่มที่ (ถ้ามี)
  5. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  6. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
  7. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คำนวณจากมูลค่าสินค้า/บริการ โดยแยกออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดเจน (VAT 7%)

ข้อควรรู้: ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กรมสรรพากรกำหนดให้ต้องระบุ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ และ เครื่องหมายระบุสำนักงานใหญ่/สาขา (เช่น "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ 00001") ในใบกำกับภาษีด้วย เพื่อให้ผู้ซื้อใช้หักภาษีซื้อได้อย่างสมบูรณ์

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (Abbreviated Tax Invoice)

สำหรับกิจการค้าปลีก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ที่ขายให้ผู้บริโภคจำนวนมาก สามารถออก ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ได้ ซึ่งไม่ต้องระบุชื่อ-ที่อยู่ของผู้ซื้อ แต่ต้องมีคำว่า "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" และราคาสินค้าต้องเป็นราคาที่รวม VAT แล้ว อย่างไรก็ตาม ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใช้หักภาษีซื้อไม่ได้

บทลงโทษหากออกใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง

  • ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ (ไม่ได้จด VAT) มีโทษปรับและจำคุก
  • ออกใบกำกับภาษีปลอมหรือไม่ตรงกับความจริง มีโทษหนัก รวมถึงเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษี
  • ไม่ออกใบกำกับภาษี มีความผิดตามประมวลรัษฎากร

เทมเพลตใบแจ้งหนี้ (Invoice Template)

ด้านล่างนี้คือเทมเพลตใบแจ้งหนี้ที่คัดลอกไปใช้ได้ทันที เหมาะสำหรับ SME และฟรีแลนซ์ที่ต้องการแจ้งยอดเงินให้ลูกค้าก่อนรับชำระ

                          ใบแจ้งหนี้ / INVOICE

ชื่อผู้ขาย/บริษัท: ____________________________________________
ที่อยู่: ____________________________________________________
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ______________________  ☐ สำนักงานใหญ่  ☐ สาขา ______
โทรศัพท์: ________________  อีเมล: ________________________

-----------------------------------------------------------------
เลขที่เอกสาร (Invoice No.): ____________
วันที่ออก (Date): ____ / ____ / ________
กำหนดชำระ (Due Date): ____ / ____ / ________
-----------------------------------------------------------------

ลูกค้า (Bill To):
ชื่อ/บริษัท: ________________________________________________
ที่อยู่: ____________________________________________________
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ______________________  ☐ สำนักงานใหญ่  ☐ สาขา ______

-----------------------------------------------------------------
| ลำดับ | รายการสินค้า/บริการ | จำนวน | หน่วยละ (บาท) | รวม (บาท) |
|-------|---------------------|-------|--------------|-----------|
|   1   |                     |       |              |           |
|   2   |                     |       |              |           |
|   3   |                     |       |              |           |
-----------------------------------------------------------------

                              รวมเป็นเงิน (Subtotal):  ____________ บาท
                              ส่วนลด (Discount):        ____________ บาท
                              ฐานภาษี (Base):           ____________ บาท
                              ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT):  ____________ บาท
                              ยอดชำระทั้งสิ้น (Total):   ____________ บาท

จำนวนเงิน (ตัวอักษร): (______________________________________)

เงื่อนไขการชำระเงิน: ________________________________________
ชำระเข้าบัญชี: ธนาคาร __________ เลขที่บัญชี __________________
ชื่อบัญชี: _________________________________________________


ผู้วางบิล ________________________     ผู้รับวางบิล ________________________
     (________________)                     (________________)
   วันที่ ___/___/______                   วันที่ ___/___/______

หมายเหตุ: ใบแจ้งหนี้ยังไม่ใช่หลักฐานการรับเงิน เมื่อได้รับชำระแล้วต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเสมอ


เทมเพลตใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี (Receipt / Tax Invoice Template)

เทมเพลตนี้เหมาะสำหรับ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ใช้ออกเมื่อรับชำระเงินสด โดยรวมใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีไว้ในฉบับเดียว มีช่องบังคับครบตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

                   ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี
                  RECEIPT / TAX INVOICE (ต้นฉบับ)

ผู้ขาย (Seller):
ชื่อบริษัท: ________________________________________________
ที่อยู่: ____________________________________________________
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ______________________  ☐ สำนักงานใหญ่  ☐ สาขา ______
โทรศัพท์: ________________  อีเมล: ________________________

-----------------------------------------------------------------
เลขที่ (No.): ____________     เล่มที่ (Book No.): ____________
วันที่ (Date): ____ / ____ / ________
-----------------------------------------------------------------

ผู้ซื้อ (Customer):
ชื่อ/บริษัท: ________________________________________________
ที่อยู่: ____________________________________________________
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ______________________  ☐ สำนักงานใหญ่  ☐ สาขา ______

-----------------------------------------------------------------
| ลำดับ | รายการสินค้า/บริการ | จำนวน | ราคาต่อหน่วย | จำนวนเงิน |
|-------|---------------------|-------|-------------|-----------|
|   1   |                     |       |             |           |
|   2   |                     |       |             |           |
|   3   |                     |       |             |           |
-----------------------------------------------------------------

                              มูลค่าสินค้า/บริการ:      ____________ บาท
                              ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT):  ____________ บาท
                              จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น:      ____________ บาท

จำนวนเงิน (ตัวอักษร): (______________________________________)

ชำระโดย:  ☐ เงินสด  ☐ โอนเงิน  ☐ เช็คธนาคาร __________ เลขที่ __________


ผู้รับเงิน ________________________
        (________________)
     ตำแหน่ง ________________
     วันที่ ___/___/______

สำคัญ: เอกสารต้องมีคำว่า "ใบกำกับภาษี" ปรากฏชัดเจน มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และแยกจำนวน VAT 7% ออกจากมูลค่าสินค้าอย่างชัดเจน มิฉะนั้นผู้ซื้อจะนำไปหักภาษีซื้อไม่ได้


วิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

การคำนวณ VAT ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากคำนวณผิดจะกระทบทั้งยอดที่เก็บจากลูกค้าและยอดที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร มีสองกรณีหลัก

กรณีที่ 1: ราคายังไม่รวม VAT (VAT Exclusive)

หากราคาสินค้าคือ 10,000 บาท (ยังไม่รวม VAT):

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม = 10,000 × 7% = 700 บาท
  • ยอดชำระทั้งสิ้น = 10,000 + 700 = 10,700 บาท

กรณีที่ 2: ราคารวม VAT แล้ว (VAT Inclusive)

หากราคาที่ตกลงคือ 10,700 บาท (รวม VAT แล้ว) ต้องถอด VAT ออกมา:

  • มูลค่าสินค้า (ฐานภาษี) = 10,700 × 100 ÷ 107 = 10,000 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม = 10,700 × 7 ÷ 107 = 700 บาท

เคล็ดลับ: ในใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้ ควรระบุให้ชัดเจนว่าราคา "รวม VAT" หรือ "ไม่รวม VAT" เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งกับลูกค้าตอนวางบิล การจัดทำ ใบเสนอราคาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ขั้นตอนออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีราบรื่นขึ้นมาก

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

สำหรับงานบริการ ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น ค่าบริการทั่วไปหัก 3% ค่าโฆษณาหัก 2% ค่าเช่าหัก 5% โดยหักจากฐานก่อน VAT ดังนั้นควรระบุยอดหัก ณ ที่จ่ายในเอกสารให้ชัดเจน และผู้จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินด้วย


เอกสารทางการเงินสำหรับผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT

ฟรีแลนซ์และธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน VAT และ ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี แต่ยังต้องออกใบเสร็จรับเงินเมื่อรับเงิน

ในกรณีนี้ ให้ใช้เทมเพลตใบเสร็จรับเงินโดย ตัดคำว่า "ใบกำกับภาษี" และช่อง VAT 7% ออก ดังนี้:

                        ใบเสร็จรับเงิน / RECEIPT

ผู้รับเงิน: ________________________________________________
ที่อยู่: ____________________________________________________
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/บัตรประชาชน: ______________________

-----------------------------------------------------------------
เลขที่: ____________     วันที่: ____ / ____ / ________
-----------------------------------------------------------------

ได้รับเงินจาก: ____________________________________________
สำหรับ (รายการ): __________________________________________

จำนวนเงิน: ____________ บาท
(ตัวอักษร): (______________________________________)

ชำระโดย:  ☐ เงินสด  ☐ โอนเงิน


                         ผู้รับเงิน ________________________
                                 (________________)
                              วันที่ ___/___/______

หมายเหตุ: แม้ไม่ได้จด VAT ก็ควรออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่รับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานทางบัญชีและใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลของทั้งสองฝ่าย


ข้อควรระวังในการออกเอกสารทางการเงิน

การออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีมีรายละเอียดที่ต้องรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับลูกค้าและกรมสรรพากร

1. เรียงเลขที่เอกสารต่อเนื่อง ห้ามข้าม

เลขที่ใบกำกับภาษีต้องเรียงลำดับต่อเนื่อง ไม่ควรมีเลขข้ามหรือซ้ำ เพราะกรมสรรพากรใช้ตรวจสอบยอดขายและยอดภาษีขาย หากมีการยกเลิกเอกสาร ต้องเก็บต้นฉบับที่ยกเลิกไว้ พร้อมเขียน "ยกเลิก" กำกับ

2. เก็บสำเนาทุกฉบับอย่างน้อย 5 ปี

ตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องเก็บใบกำกับภาษีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบ

3. ระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขา" ให้ชัด

ตั้งแต่ปี 2558 กรมสรรพากรกำหนดให้ต้องระบุเครื่องหมายสำนักงานใหญ่หรือเลขที่สาขาของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ หากละเว้น อาจถือว่าใบกำกับภาษีไม่สมบูรณ์

4. ออกใบกำกับภาษี ณ จุดความรับผิด (Tax Point)

สำหรับการขายสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้า สำหรับการให้บริการ ต้องออกเมื่อได้รับชำระเงิน การออกช้าหรือเร็วเกินไปอาจทำให้การนำส่ง VAT ผิดงวด

5. แก้ไขข้อมูลผิดต้องออกใบเพิ่มหนี้/ลดหนี้

หากออกใบกำกับภาษีไปแล้วและมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่า (เช่น คืนสินค้า ลดราคา) ห้ามแก้ไขในเอกสารเดิม แต่ต้องออก ใบลดหนี้ (Credit Note) หรือ ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) แทน

6. ตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้า

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักต้องถูกต้อง เพราะหากผิด ลูกค้าจะนำใบกำกับภาษีไปหักภาษีซื้อไม่ได้ และคุณอาจต้องออกใบใหม่ให้


วิธีสร้างใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีด้วย AI

แทนที่จะกรอกเอกสารด้วยมือหรือใช้ Excel ที่เสี่ยงคำนวณผิด คุณสามารถใช้ AI ช่วยสร้างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษีได้อย่างรวดเร็วผ่าน AiDocX ซึ่งช่วยให้คุณ สร้างใบเสนอราคา/ใบแจ้งหนี้จาก AI แล้วส่งให้ลูกค้าเซ็นหรือชำระเงินได้ในที่เดียว

ขั้นตอนการสร้างเอกสารด้วย AiDocX

ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่ระบบ AiDocX และเลือก "สร้างเอกสารใหม่"

ขั้นตอนที่ 2: ใช้ AI Prompt ตัวอย่างดังนี้:

สร้างใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน สำหรับบริการออกแบบเว็บไซต์

ข้อมูล:
- ผู้ขาย: บริษัท ดีไซน์สตูดิโอ จำกัด เลขผู้เสียภาษี 0105XXXXXXXXX (สำนักงานใหญ่)
- ผู้ซื้อ: บริษัท เอบีซี จำกัด เลขผู้เสียภาษี 0107XXXXXXXXX (สำนักงานใหญ่)
- รายการ: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ 1 งาน มูลค่า 50,000 บาท (ยังไม่รวม VAT)
- คำนวณ VAT 7% และแสดงยอดรวมทั้งสิ้น

กรุณาระบุช่องบังคับตามกรมสรรพากรให้ครบ

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจทานเอกสารที่ AI สร้างให้ ตรวจสอบเลขผู้เสียภาษี ยอด VAT และยอดรวมให้ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 4: ดาวน์โหลดเป็น PDF หรือส่งให้ลูกค้ารับทราบและชำระเงินผ่านระบบของ AiDocX

ข้อดีของการใช้ AI สร้างเอกสารทางการเงิน

  • คำนวณ VAT อัตโนมัติ: ลดข้อผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ
  • ช่องบังคับครบ: AI ช่วยตรวจสอบว่ามีคำว่า "ใบกำกับภาษี" เลขผู้เสียภาษี และรายการครบตามกฎหมาย
  • เลขที่เอกสารต่อเนื่อง: จัดการลำดับเลขที่ให้อัตโนมัติ ป้องกันเลขซ้ำหรือข้าม
  • ส่งและติดตามได้: ส่งใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้า ติดตามสถานะการเปิดอ่านและการชำระได้ในที่เดียว
  • จัดเก็บอัตโนมัติ: เก็บเอกสารครบ 5 ปีตามกฎหมาย ค้นหาย้อนหลังได้ง่าย

สำหรับกิจการที่ต้องออกทั้งเอกสารทางการเงินและสัญญาที่ปรึกษาหรือสัญญาบริการ การรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่ใบเสนอราคา สัญญา ไปจนถึงใบกำกับภาษีไว้ในระบบเดียวจะช่วยลดงานเอกสารซ้ำซ้อนได้มาก


คำถามที่พบบ่อย

ใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษี ออกพร้อมกันได้ไหม?

ได้ ในทางปฏิบัติกิจการที่จด VAT และขายแบบเครดิตมักออกเอกสารรวม เช่น "ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี" หรือ "ใบส่งของ/ใบกำกับภาษี" เพื่อลดจำนวนเอกสาร แต่ต้องระวังเรื่องจุดความรับผิดทางภาษี (Tax Point) สำหรับการให้บริการ ใบกำกับภาษีควรออกเมื่อได้รับชำระเงิน ไม่ใช่ตอนวางบิล มิฉะนั้นจะต้องนำส่ง VAT ก่อนได้รับเงินจริง

ฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีได้ไหม?

ไม่ได้ เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้นที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ผู้ที่ไม่ได้จด VAT หากออกใบกำกับภาษีจะมีความผิดตามกฎหมายและมีโทษหนัก ฟรีแลนซ์ควรออกเป็น "ใบเสร็จรับเงิน" เท่านั้น และเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ใช้แทนกระดาษได้ไหม?

ได้ กรมสรรพากรรองรับระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ซึ่งเป็นใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าเอกสารกระดาษ ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์และจัดเก็บ ผู้ประกอบการต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากรก่อนใช้งาน

ทำใบกำกับภาษีหายต้องทำอย่างไร?

หากผู้ซื้อทำใบกำกับภาษีต้นฉบับหาย สามารถขอให้ผู้ขายออก ใบแทนใบกำกับภาษี ได้ โดยผู้ขายจะออกสำเนาที่มีข้อความ "ใบแทน" กำกับ พร้อมระบุวันที่และเหตุผลที่ออกใบแทน ทั้งนี้ผู้ขายต้องบันทึกรายการออกใบแทนไว้ในรายงานด้วย


สรุป

ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี เป็นเอกสารทางการเงินที่ SME ฟรีแลนซ์ และนักบัญชีในไทยต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ การออกเอกสารที่ถูกต้อง ครบช่องบังคับ และคำนวณ VAT ให้ถูกต้อง จะช่วยให้การเก็บเงินราบรื่นและไม่มีปัญหากับกรมสรรพากร

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้:

  • แยกให้ออก: ใบแจ้งหนี้ออกก่อนรับเงิน ใบเสร็จออกหลังรับเงิน ใบกำกับภาษีเฉพาะผู้จด VAT
  • ช่องบังคับต้องครบ: คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อ-ที่อยู่-เลขผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย เลขที่ วันที่ รายการ มูลค่า และ VAT 7%
  • แยก VAT ให้ชัด: แสดงจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มแยกจากมูลค่าสินค้า
  • เรียงเลขที่ต่อเนื่อง และ เก็บสำเนา 5 ปี
  • ระบุสำนักงานใหญ่/สาขา ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ

หากคุณต้องการออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษีอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ลองใช้ AiDocX ที่ช่วยร่างเอกสารด้วย AI คำนวณ VAT อัตโนมัติ พร้อมส่งให้ลูกค้าเซ็นและชำระเงินได้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทางการเงิน สัญญาธุรกิจ หรือหนังสือมอบอำนาจ คุณสามารถสร้าง แชร์ ติดตาม และเซ็นได้ในระบบเดียว

เริ่มสร้างใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีฟรีที่ AiDocX

พร้อมให้ AI จัดการเอกสารทั้งหมดแล้วหรือยัง?

เริ่มใช้ AiDocX ฟรี — สร้างสัญญา บันทึกการประชุม บันทึกการให้คำปรึกษาด้วย AI ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ครบในแพลตฟอร์มเดียว

เริ่มใช้ฟรี

บทความเพิ่มเติม

หนังสือตอบรับงานสอบบัญชี (Audit Engagement Letter) 2026: เทมเพลตฟรี + วิธีเขียนตามมาตรฐาน TSA
หนังสือตอบรับงานสอบบัญชี engagement letter

หนังสือตอบรับงานสอบบัญชี (Audit Engagement Letter) 2026: เทมเพลตฟรี + วิธีเขียนตามมาตรฐาน TSA

ดาวน์โหลดเทมเพลตหนังสือตอบรับงานสอบบัญชีฟรี พร้อมโครงสร้างตามมาตรฐานการสอบบัญชี TSA 210 ขอบเขตงาน ความรับผิดชอบ ค่าธรรมเนียม และวิธีจัดทำสำหรับผู้สอบบัญชี CPA

MinjiLee MinjiLee 4 กรกฎาคม 2569 11 นาที
อ่าน
หนังสือยืนยันยอดลูกหนี้ 2026: เทมเพลตฟรี (แบบ Positive/Negative) + วิธีใช้ในการสอบบัญชี
หนังสือยืนยันยอดลูกหนี้ หนังสือยืนยันยอด

หนังสือยืนยันยอดลูกหนี้ 2026: เทมเพลตฟรี (แบบ Positive/Negative) + วิธีใช้ในการสอบบัญชี

ดาวน์โหลดเทมเพลตหนังสือยืนยันยอดลูกหนี้ฟรี ทั้งแบบ Positive Confirmation และ Negative Confirmation พร้อมวิธีใช้ในการสอบบัญชีตามมาตรฐาน TSA 505 และตัวอย่างยืนยันยอดเจ้าหนี้

MinjiLee MinjiLee 4 กรกฎาคม 2569 10 นาที
อ่าน
หนังสือรับรองของผู้บริหาร (Management Representation Letter) 2026: เทมเพลตฟรี + วิธีจัดทำตาม TSA 580
หนังสือรับรองของผู้บริหาร management representation letter

หนังสือรับรองของผู้บริหาร (Management Representation Letter) 2026: เทมเพลตฟรี + วิธีจัดทำตาม TSA 580

ดาวน์โหลดเทมเพลตหนังสือรับรองของผู้บริหารฟรี พร้อมข้อความมาตรฐานสำหรับงบการเงินและการสอบบัญชี อธิบายตามมาตรฐานการสอบบัญชี TSA 580 ว่าทำไมผู้สอบบัญชีต้องขอ

MinjiLee MinjiLee 4 กรกฎาคม 2569 11 นาที
อ่าน